ตำรวจ » ” บิ๊กโจ๊ก” แถลงฏิบัติการรวบผู้แชร์ข่าวปลอมและข่าวสารอันเป็นเท็จ

” บิ๊กโจ๊ก” แถลงฏิบัติการรวบผู้แชร์ข่าวปลอมและข่าวสารอันเป็นเท็จ

4 มีนาคม 2019
288   0

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 4 มี.ค. ที่ห้องประชุม ปอท.ชั้น 4 อาคารบี ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.นิธิธร จินตกานนท์ ผบก.จร. พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. พ.ต.อ.กัมพล รัตนประทีป ผกก. สน.ห้วยขวางและ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผกก.3 บก.ปอท.ร่วมกันแถลงผลการจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่มีพฤติกรรมเผยแพร่หรือส่งต่อข้อความ ข่าวสารอันเป็นเท็จ กรณีเผยแพร่ข่าวพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมรัฐมนตรี ดื่มกาแฟแก้วละ 12,000 บาท โดยใช้งบสวัสดิการในตำแหน่ง รวมเป็นเงิน 82,000 บาท ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับหน่วยงานรัฐและความมั่นคงของชาติ ประกอบด้วย 1.นายบุญยืน แสนคูณ อายุ43 ปี 2.นายวิศรุต ธีรปัญญาวัฒน์ อายุ 34 ปี 3.นายปรีชา ทัศนา 31 ปี และ4.นายเกษมสันต์ ทวยมาตร์ อายุ 38 ปี

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สืบเนื่องจากปรากฎข่าวในโลกสังคมออนไลน์ว่าโดยได้มีการโพสต์บทความบิดเบือนให้ร้ายรัฐบาลในเว็บไซต์ https://www.one31news.com โดยพาดหัวข่าวว่า “เบิกงบกาแฟแก้วละ 12,000” ซึ่งปรากฎเนื้อหาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมรัฐมนตรี ดื่มกาแฟแก้วละ 12,000 บาท โดยใช้งบสวัสดิการในตำแหน่ง รวมเป็นเงิน 82,000 บาท พร้อมกับนำภาพประกอบที่มีพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และนายไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษา มาตัดต่อร่วมกัน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดจากข้อมูลที่คาดเคลื่อนจนประชาชนหลงเชื่อได้ว่าข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลจริง ซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายกับหน่วยงานรัฐและความมั่นคงของชาติ ต่อมา
พันเอกบุรินทร์ ทองประไพ หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานด้าน กฎหมาย คสช. ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษในกรณีดังกล่าวต่อพนักงานสอบสวนบก.ปอท. ให้ร่วมสืบสวนหาผู้กระทำความผิด

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ต่อมาทางบก.ปอท. บูรณาการร่วมกับ ศปอส.ตร. ทำการสืบสวนสอบสวนทราบว่ามีผู้เผยแพร่และส่งต่อข่าวปลอมดังกล่าว 6 ราย โดยหนึ่งในนั้นมีพล.ท.พงศกร รอดชมภู รองหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ รวมอยู่ด้วย ซึ่งการกระทำดังกล่าว ถือเป็นการนำเข้าเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของประเทศหรือก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน ถือเป็นความผิดตามมาตรา 14 (2)และ14(5) พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติมซึ่งมีอัตราจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ.

 

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวต่ออีกว่า ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการออกหมายเรียกทั้ง 6 ราย รวมทั้งพล.ท.พงศกร รอดชมภู มารับทราบข้อกล่าวหาในวันนี้ 4 คน โดยขั้นตอนจากนี้จะออกหมายเรียกครั้งที่ 2 หาก พล.ท.พงศกร และนายประพฤทธ์ แจ้งท้วม อายุ 44 ปี ผู้ต้องหาที่เหลือ 2 คนสุดท้าย ยังไม่มาพบ ก็จะดำเนินการขอหมายจับต่อไป

“อย่างไรก็ตามในห้วงเวลานี้ใกล้สู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะมีการหาเสียงจากผู้สมัครรับเลือกตั้งและอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีสร้างความปั่นป่วนผู้สมัครรับเลือกตั้งสร้างข่าวปลอมโจมตีใส่ร้ายรัฐบาลและผู้สมัครรับเลือกตั้งทำลายความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงของประเทศและก่อให้เกิดความตื่นตระหนกแก่ประชาชน จึงขอให้ผู้เสพข่าวเสพอย่างมีสติไตร่ตรอง ก่อนที่จะแชร์ข้อมูลข่าวสารดังกล่าวออกไป เพื่อไม่ให้ตกเป็นผู้ต้องหาในความผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์” ผบช.สตม. กล่าว